กับดักสัตว์และภววิทยาแห่งการอยู่ร่วมกัน

เผยแพร่แล้ว: ธ.ค. 19, 2025
คำสำคัญ:
ภววิทยาแห่งการอยู่ร่วมกัน, หลังมนุษย์นิยม, AI และการปฏิสัมพันธ์ข้ามสายพันธุ์, จักรวาลวิทยาชาวโผล่ว
บัณฑิต ไกรวิจิตร
รองศาสตราจารย์ประจำหลักสูตรสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
บทคัดย่อ
บทความนี้มุ่งอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์–สัตว์–วัตถุ ผ่านกรณีกับดักสัตว์ของชาวโผล่วในพื้นที่ป่าตะวันตกของไทย โดยใช้กรอบมานุษยวิทยาภววิทยาหลังมนุษย์นิยม ไม่ได้มุ่งเสนอชาติพันธุ์นิพนธ์เชิงพรรณนาหากเป็นการเชื่อมโยงจากภาคสนามสู่ทฤษฎี กล่าวคือ ใช้ฉากภาคสนามและเรื่องเล่าการใช้กับดักเป็นจุดตั้งต้น แล้วนำมาวิเคราะห์ร่วมกับแนวคิดของ Descola, Viveiros de Castro, Bryant, Corsín Jiménez, Haraway และนักคิดร่วมสมัยที่เกี่ยวข้อง วิธีวิจัยอยู่ในลักษณะการเขียนเชิงวิเคราะห์ สะท้อนคิดบนฐานประสบการณ์ลงพื้นที่ระยะยาว นำเสนอภาพสั้น ๆ ของโพล่วดักปลา บ่วงแร้วรัดคอนก กรงดักลิง และกับดักไม้ไผ่กันเก้งในไร่ข้าว จากนั้นจึงตีความเชิงภววิทยาและจริยธรรมของการล่าในกรอบมานุษยวิทยาและปรัชญาร่วมสมัย

ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นประเด็นสำคัญสามประการ ได้แก่ (1) กับดักสัตว์มิใช่เพียงเครื่องมือเชิงเทคนิค แต่ทำงานในฐานะสิ่งพันธุ์ผสม ระหว่างมนุษย์–สัตว์–วัตถุ เป็นกลไกที่ซึมซับแรงโน้มถ่วง น้ำ พฤติกรรมสัตว์ และจินตนาการของผู้ล่าไว้ร่วมกัน (2) จักรวาลวิทยาของชาวโผล่วจัดวางมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อมในฐานะเครือญาติข้ามสายพันธุ์ อยู่ภายใต้สังคมตามหลักจักรวาลวิทยา ซึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และกฎแห่งความบังเอิญกำกับขอบเขตการล่า ทำให้การวางกับดักถูกกลั่นผ่านจริยธรรมการแบ่งปัน การจำกัดความเจ็บปวด และการไม่ล่าสัตว์ทั้งฝูงหรือสัตว์ที่เจ้าป่ารัก (3) ประสบการณ์ความรู้สึกผิดจากกับดักบางชนิด เช่น กรงดักลิงที่ทำให้ทั้งครอบครัวตาย ถูกแปรให้เป็น กฎศีลธรรม ภายในชุมชน และทำให้มองเห็นว่ากับดักเป็นพื้นที่ที่มนุษย์เองก็ถูกดักไว้ในกรอบความรับผิดชอบของตน
ข้อเสนอเชิงทฤษฎีของบทความ คือ การมองกับดักสัตว์ของชาวโผล่วในฐานะเทคโนโลยีที่มีภววิทยาของตนเอง และเป็นสื่อกลางเชิงจริยธรรมระหว่างมนุษย์กับสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ กรณีศึกษานี้ช่วยขยายการสนทนาเรื่องการออกแบบเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยชวนให้ตั้งคำถามต่อจริยธรรมของการบริโภค และความรับผิดชอบต่อการดำรงอยู่ของตัวตนอื่นในยุคมนุษย์สมัย ผ่านมุมมองของชุมชนที่ยังอยู่ร่วมกับป่า สัตว์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตประจำวันอย่างจริงจัง

Back to Top